สิ่งที่ห้ามโพสต์ลงเฟสบุ๊คอย่างเด็ดขาด

สิ่งที่ห้ามโพสต์ลงเฟสบุ๊คอย่างเด็ดขาด

เฟสบุ๊ค ถือว่าเป็นโซเชียลมีเดีย ที่คนนิยมเล่นกันมากที่สุดในโลก มีผู้ใช้งานหลายล้านคนจากทั่วโลก ซึ่งมันก็เป็นเรื่องทีปรกติ เพราะไม่ว่าจะเป็นงานสาขาอาชีพอะไร เด็ก หรือผู้ใหญ่ ก็หันมาใช้เฟสบุ๊คกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารบ้านเมือง การติดต่องาน การคุยเล่น หรือแม้แต่ความบันเทิง เฟสบุ๊คก็มีทุกอย่างที่เราต้องการทั้งหมด

เมื่อเฟสบุ๊ค มันมีประโยชน์ มันก็สามารถเป็นโทษให้เราได้เหมือนกัน หากเราไม่ระมัดระวังในการเล่น หรือเอาไปใช้ในทางที่ผิด ยิ่งตอนนี้มี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ด้วย หากเราทำผิด ก็ต้องโดนโทษที่หนักเหมือนกัน ลองมาดูก่อนว่า อะไรบ้าง ที่เราไม่ควรโพสต์ลงเฟสบุ๊ค ซึ่งมันจะสร้างความเสียหายให้เรา ในภายหลังได้

1.เบอร์โทรศัพท์ เป็นสิ่งที่เราไม่ควรจะโพสต์ลงเด็ดขาด เพราะอาจจะมีคนโทรมารบกวน ให้รำคาญ ไม่ว่าจะเป็นพวกที่ขายสินค้า หรือประกันทางโทรศัพท์ หรือไม่ก็เป็นพวกมิจฉาชีพ  โรคจิตต่าง ๆที่โทรมาป่วน ทางที่ดีไม่ควรจะใส่เบอร์โทรของตัวเองเอาไว้ จะเป็นการปลอดภัยมากที่สุด

2.วันเกิด ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตัว ที่สำคัญมากเหมือนกัน ยิ่งคนที่มีเพื่อนในเฟสบุ๊คเยอะ ก็ไม่ควรจะใส่ข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ลงไป เพราะอาจจะมีคนเอาไปแอบอ้างก็ได้ ซึ่งผลเสียก็จะมาตกอยู่ที่เรา โดยที่ไม่รู้ตัว คนที่เผลอใส่ไปแล้วก็ควรจะลบออก หรือไม่ก็ต้องค่าให้เราเห็นเพียงแค่คนเดียว จะเป็นการปลอดภัยมากที่สุด

3.การเช็คอิน หลายๆ คนนิยมมากไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวที่ไหน ใกล้ หรือไกล ก็มักจะเช็คอินบอกสถานที่ตัวเอง ให้คนในเฟสบุ๊ครู้อยู่เสมอ ซึ่งบอกเลยว่ามันอันตรายกับตัวเราอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้หญิง เราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า มีใครบ้างที่สนใจและกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของเราอยู่ ซึ่งกำลังรอโอกาสในการทำมิดีมิร้ายกับเรา ยิ่งถ้าเราเป็นคนที่ชอบเช็คอิน คนพวกนี้ก็จะได้โอกาสทันทีว่าจะทำยังไงต่อไป เหมือนเป็นการเปิดช่องให้โจรนั่นเอง

4.การระบายลงเฟสบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องที่ทำงานก็ตาม ไม่ควรที่จะเอามาระบายลง เพราะอย่าลืมว่าเราไม่ได้เล่นแค่คนเดียว บางครั้งที่เราระบายเกี่ยวกับเรื่องงาน ว่ามีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ เจ้านายไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ อาจจะเป็นผลเสียถึงขั้นที่ต้องถูกไล่ออกก็ได้ หากว่าคนที่มาเห็นสิ่งที่เราโพสต์แล้วเอาไปฟ้องเจ้านาย หรือเจ้านายมาเห็นเอง

5.ข้อมูลเกี่ยวกับธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นภาพบัตรเครดิต บัญชีธนาคาร หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการเงินของเรา ไม่ควรที่จะเอามาโพสต์ลงเฟสบุ๊ค เพราะมิจฉาชีพหลายคน นิยมเอาช่องทางตรงนี้แหละ เป็นเครื่องมือในการหากิน ซึ่งอาจจะทำให้เราต้องเสียเงินฟรี ซึ่งไม่สามารถตามคืนได้ด้วย

ใครที่รู้ว่าตัวเองชอบทำเหมือนอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ก็ให้เลิกทำจะดีกว่า เพราะมันมีแต่ผลเสีย มีอะไรดีขึ้นมาเลย เรื่องราวส่วนตัว หรือข้อมลต่าง ๆที่จำเป็นของเรา ก็ให้เรารู้คนเดียวก็พอ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอามาโพนทะนาให้คนอื่นรู้

ใช้สื่อโซเชียลอย่างไร ไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล

ใช้สื่อโซเชียลอย่างไร ไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล

โซเชียล มีเดีย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าคนประเภทไหนหรือกลุ่มไหน ก็นิยมเล่นสื่อโซเชียลกันทั้งนั้น ซึ่งก็มีทั้งคนที่เอาไปทำในเรื่องที่ดี และทำในเรื่องไม่ดี อย่างเช่นเอาใช้ในการหลอกลวงคนอื่น หาผลประโยชน์เข้าตัวเอง ซึ่งก็มีหลายคนแล้วที่ตกเป็นเหยื่อ เหมือนที่เราเห็นตามข่าวทั่วไปนั่นเอง และเราจะทำอย่างไร ให้ข้อมูลในโซเชียล มีเดีย ของเราปลอดภัยมากที่สุด

และเราต้องระมัดระวังในเรื่องของข้อมูลอะไรบ้าง ไม่ให้รั่วไหลออกสู่สาธารณะ ซึ่งบางครั้งมันก็เป็นผลเสียกับเรา ไม่ว่าจะเป็นการเสียเงินฟรี หรือการโดนข้อหาอะไรต่างที่เราไม่ได้เป็นคนทำ สิ่งที่เราต้องระวังเป็นอย่างมากในการใช้สื่อโซเชียลพวกนี้ก็คือ

1.อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ในโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าเฟสบุ๊ค เราก็ไม่ควรที่จะใส่ประวัติหรือข้อมูลลับของเราลงไปในนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบัตรประชาชน หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ของเราเองก็ดี เพราะอาจจะมีมิจฉาชีพเอาข้อมูลพวกนี้ของเราไปทำในเรื่องที่เสียหาย และผลเสียก็จะมาตกอยู่ที่เรา แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ก็เช่นเดียวกัน อาจจะมีคนโทรมารบกวน หรือขายสินค้าทางโทรศัพท์ให้รำคาญ

2.คิดก่อนที่จะแชร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่เราเห็นในเฟสบุ๊ค ก่อนที่เราจะแชร์ทุกครั้ง ควรดูก่อนว่า สิ่งที่เราจะแชร์นั้นมันผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นคนที่สร้างข่าวนั้นมาเองก็ตาม เราก็มีความผิดเหมือนกันในการที่เราร่วมแชร์ ก่อนแชร์จึงต้องดูว่าสิ่งที่เราอ่านนั้นมันจริงหรือเท็จ มันผิดกฎหมายหรือไม่

3.อย่าระบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดในชีวิตของเรา ไม่ควรที่จะมาระบายมันลงโซเชียล เพราะมันจะทำให้คนมองเราไม่ดีนั่นเอง หรือไม่ก็อาจจะทำให้คนรู้สึกเบื่อ หรือรำคาญกับสิ่งที่เราระบายลง คนก็จะมองเราว่าเป็นพวกชอบพร่ำเพ้อ หรือเรียกร้องความสนใจ

4.ไม่ควรเช็คอินตลอด อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน ไปเที่ยวต่างจังหวัดอะไรก็ตาม ไม่ควรที่จะเช็คอินบอกสถานที่ตลอดทุกครั้ง เพราะเราไม่รู้เลยว่ามีใครบ้างที่กำลังติดตาม หรือสอดส่องเราอยู่ บางครั้งอาจจะมีมิจฉาชีพ หรือโจรมาตามเราก็ได้ ทางที่ดีอย่าเช็คอินบอกสถานที่ตัวเองจะปลอดภัยมากที่สุด

5.ระวังเรื่อง Free WIFI อินเตอร์เน็ตตามที่สาธารณะต่าง ๆนั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง เพราะเรามีสิทธิ์ที่จะโดนขโมยข้อมูลสำคัญๆจากการใช้อินเตอร์เน็ตฟรีนี่เอง ไม่ว่าจะเป็นตามร้านกาแฟ หรือที่ไหนก็ตาม หากจำเป็นต้องใช้ไวไฟฟรี ก็ต้องระวังให้มาก ทางที่ปลอดภัยมากที่สุด ควรเลือกใช้อินเตอร์เน็ตส่วนตัวจะดีกว่า

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราต้องระวังมากที่สุด เพราะทุกอย่างที่บอกมานั้น สามารถสร้างความลำบาก หรือสร้างความเสียหายให้เราได้ทั้งนั้น และทุกข้อที่กล่าวมาก็มีคนเคยโดนไปแล้ว จึงอยากจะมาเตือนคนที่ชอบใช้โซเชียลมีเดียเอาไว้ ก่อนที่เราจะเป็นคนโชคร้ายคนนั้น

งานที่จะหายไป และถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์

งานที่จะหายไป และถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์

ทุกวันนี้เทคโนโลยีมากมายเข้ามามีผลในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก แทบจะทุกงาน ต้องมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย ทำให้คนสบายมากขึ้นในการทำงาน ไม่ต้องทำเองทั้งหมด เพราะบางอย่างเราสามารถที่จะใช้เทคโนโลยีมาแบ่งเบาภาระออกไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ต่างๆ ที่มักจะเน้นเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแทนที่คนทำงาน เพราะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายนั่นเอง

ลองมาดูว่ามีงานอะไรบ้างที่จะหายไป เพราะเทคโนโลยีจะเข้ามาแทน ทำให้คนที่เรียนหรือทำงานสายงานต่อไปนี้ ต้องตกงาน หรือหางานยากมากยิ่งขึ้น คนที่กำลังทำงานลักษณะนี้ก็ต้องมองหาช่องทางใหม่ในการหาเงินเอาไว้ ก่อนที่จะสายเกินไป

1.แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม อันนี้จะเห็นผลมากที่สุด เพราะปัจจุบันหลายๆโรงงานก็เอาเทคโนโลยี หรือเครื่องจักรเข้ามาแทนที่คนทำงานแล้ว เป็นการลงค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น จำนวนคนที่จะต้องจ้างก็น้อยลง แต่งานมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

2.พนักงานบัญชี อาชีพนี้เริ่มจะหางานยากมากขึ้นทุกวันแล้ว และอีกไม่นานก็เชื่อได้เลยว่าต้องหายไปอย่างแน่นอน เพราะจะมีระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำอะไรก็ตามเกี่ยวกับการเงิน ไม่ต้องให้คนทำอีกต่อไป ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องการโกงต่าง ๆจากพนักงานบัญชี

3.พนักงานคอลเซ็นเตอร์ เดี๋ยวนี้ก็รู้สึกว่าพนักงานที่คอยรับโทรศัพท์หรือคอลเซ็นเตอร์ ก็ดูจะลดน้อยลงแล้ว เพราะมีระบบอัตโนมัติที่คอยตอบลูกค้ามาแทน เราจะเห็นได้ชัดจากคอลเซ็นเตอร์ของบริการอย่างเช่น ธนาคาร หรือศูนย์บริการอื่น ๆ ที่เอาระบบตอบอัตโนมัติมาใช้แทนคนแล้ว อีกไม่นานก็คงใช้เหมือนกันทั้งหมด

4.พนักงานต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรม หรือห้างสรรพสินค้าก็ตาม ต่อไปนี้เราจะไม่เห็นคนที่มาคอยต้อนรับลูกค้าแล้ว แต่จะมาในรูปแบบใหม่นั่นก็คือหุ่นยนต์ หหรือหุ่นดรอยด์นั่นเอง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของเจ้าของธุรกิจต่างๆ ทำให้คนที่ทำอาชีพนี้ต้องอยู่ในภาวะหางานยาก

5.พนักงานไอที ต่อไปนี้เราจะไม่เห็นคนที่มาคอยแก้ปัญหาเรื่องคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีแล้ว เพราะมีสิ่งอื่นที่จะเข้ามาแทนที่ นั่นก็คือ BOT ที่เรารู้จัก และก็เริ่มเห็นกันมากขึ้นแล้ว ซึ่งบอทตัวนี้ ก็สามารถที่จะทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆได้เหมือนกับพนักงานไอทีทุกอย่าง อาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย

6.เจ้าหน้าที่พิสูจน์อักษร ทุกวันนี้เราก็ไม่ค่อยเห็นคนที่ทำอาชีพลักษณะนี้มากเท่าไหร่นัก เพราะมีเทคโนโลยีที่สามารถเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้คนในการตรวจ เชื่อว่าอีกม่กี่ปีข้างหน้า เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในการพิสูจน์อักษรคงจะไม่มีใครทำแล้วแน่นอน

นี่เป็น 6 อาชีพที่คิดว่าน่าจะหายไปในเวลาอันใกล้นี้ เพราะเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่ คนที่ทำงานอาชีพต่าง ๆที่บอกว่า ก็ควรจะมองหาช่องทางอื่นในการหารายได้สำรองเอาไว้ เพราะถ้ามันถึงเวลานั้นจริง เราจะได้ไม่ลำบากมากนัก อย่างน้อยเราก็ทางเลือกอื่นให้เลือกทำ

ควรจะมีแผนสำรองในชีวิตเอาไว้ด้วย ลองดูว่ามีงานอันไหนบ้างที่เราสามารถทำได้โดยที่ไม่ถูกหุ่นยนต์แย่งงานไปอีก